>
ดอกไม้แซมผมเจ้าสาว
>
การวางแผน
>
งบแต่งงาน
>
Wedding in Thai
>
Wedding in Square
Home
|
Sitemap
|
Wedding tip
|
Weblink
|
Webboard
งานแต่งงานเป็นงานใหญ่ที่ต้องอาศัยการวางแผนตระเตรียมร่วมกันทั้งสองฝ่าย ส่วนจะเร่มทำอะไรก่อนหรือหลังก็แล้วแต่ความสะดวก และบางงานอาจได้ไปพร้อมๆ กันตามปกติแล้วความเริ่มเตรียมงานล่วงหน้า 6 เดือนเป็นอย่างน้อย แต่ถ้ามีเวลาน้อยกว่านั้นก็สามารถเตรียมได้ทัน ข้างล่างนี้คือแนวทางการเตรียมงานที่คุผรสามารถดัดแปลงให้เข้ากับสถานการณ์ของคุณเอง Step one 12 เดือนก่อนวันงาน ประกาศข่าวดีให้รู้ทั่วกัน เชิญผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาทำความรู้จักกันให้ดียิ่งขึ้น อาจด้วยมื้ออาหารสวยงามเป็นพิเศษ หาฤกษ์ยาม จะเป็นฤกษ์ดี หรือฤกษ์สะดวกก็แล้วแต่ เริ่มวางโครงร่างคร่าวๆ ปรึกษาหารูปแบบงานที่ต้องการ เข้า สาย บ่าย ค่ำ บุฟเฟต์ หรือค็อกเทล ฯลฯ คำนวณงบประมาณที่พอจะเป็นไปได้ (ปรึกษาผู้ใหญ่ด้วยก็จะดี เผื่อได้ทุนสนับสนุน) ลองคำนวณจำนวนแขกของทั้งสองฝ่ายอย่างคร่าวๆ Step two 9-6 เดือนก่อนวันงาน หากเลือกใช้บริการรับจัดงาน ควรเริ่มคุยกับออร์แกไนเซอร์ บอกความต้องการของคุณให้ชัดเจน เลือกสถานที่จัดงานและจอง อาจคุยกับฝ่ายจัดเลี้ยง ถึงรูปแบบของงานที่ต้องการแบบคร่าวๆ ก่อน เตรียมเลือกแบบเสื้อผ้าและของใช้วันงาน เฟ้นหา เลือกช่างภาพและช่างถ่ายวิดีโอ (ปรึกษาผู้มีประสบการณ์ทั้งหลาย ยิ่งคนที่อยู่ในวงการที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ได้ยิ่งดี ถ้ามีโอกาสก็ขอดูผลงานที่ฝ่ายมาสักหน่อย) ติดต่อคนจัดดอกไม้พิเศษ (ถ้าจะใช้) ควรคุยเรื่องงบประมาณ ความต้องการ และกำหนดเวลาของงาน จองวงดนตรี นักดนตรี หรือดี.เจ. Step three 6-4 เดือนก่อนวันงาน เลือกแบบ เลือกสถานที่ สำหรับสั่งทำการ์ดแสละของชำร่วย ออกกำลังกาย ฟิตหุ่นให้เข้าที่ ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว และปฏิบัติต่อเนื่องให้สม่ำเสมอ คุยกับคนทำเค้ก (ในกรณีที่จะสั่งทำพิเศษ ไม่เกี่ยวกับเค้กฟรีจากสถานที่จัดเลี้ยง) ในกรณีที่จัดงานต่างที่ต่างถิ่นแล้วแขกต้องมีการเดินทางพักแรม อย่าลืมหารายละเอียดของที่พักในบริเวณใกล้เคียงส่งให้แขกด้วย (โรงแรมส่วนใหญ่จะให้ราคาพิเศษอยู่แล้ว สำหรับแขกที่มาเป็นกรุ๊ป) นัดพบฝ่ายจัดเลี้ยงเพื่อปรึกษาเรื่องเมนู รูปแบบการบริการ รายการไวน์ และเครื่องดื่มต่างๆ รายชื่อแขกโดยละเอียด ค่อนข้างสมบูรณ์ (ประมาณเอาได้เลยว่า 20% ของแขกที่เราเชิญจะมาไม่ได้ Step four 4-2 เดือนก่อนวันงาน จองคิวช่างแต่งหน้า ทำผม คุยรายละเอียดที่ต้องการรวมทั้งขอคำแนะนำว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง (ควรตัดสินใจให้แน่นอนก่อนจอง เพื่อไม่ให้เสียเวลาทั้งสองฝ่าย) ตรวจเลือดและสุขภาพ มีหลายโรคที่ติดต่อกันทางความสัมพันธ์ใกล้ชิด ไม่เฉพาะโรคทางเพศเท่านั้น จองสถานที่ฮันนีมูน ถ้าเป็นต่างประเทศ เตรียมเอกสารการเดินทางทั้งหลายให้พร้อมตั้งแต่ตอนนี้เลย รวมทั้งแผนฮันนีมูนที่สมบูรณ์ด้วย ในกรณีจัดงานพิเศษนอกสถานที่ ติดต่อเรื่องข้าวของเครื่องใช้ให้เรียบร้อย เช่น เต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ Step five 2-1 เดือนก่อนวันงาน ตัดเสื้อ ตรียมของแต่งตัวเจ้าบ่างเจ้าสาวให้เรียบร้อย (ไม่ควรจัดเตรียมก่อนหน้านี้ เพราะรูปร่างจะเริ่มคงที่ดี ถ้าออกกำลังกายสม่ำเสมอมาตามตาราง ถ้าจะลองแต่หน้าหรือทำผม ก็น่าจะลองในช่วงนี้ (ช่างคิดค่าใช้จ่าย ไม่มีการลองฟรี) ดูเรื่องเอกสารต่างๆ ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงหลังแต่งงาน (คงจะหนักหน่อยสำหรับเจ้าสาว) ลองเสื้อ แก้ไข ส่งบัตรเชิญทั้งหมด ถ้าจะส่งข่าวลงหนังสือพิมพ์ และสื่ออื่นๆ ติดต่อจองเวลาที่ต้องการด้วย เน้นการกินผักและผลไม้ที่มีวิตามินซี รวมทั้งใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินดังกล่าว เพื่อความสดใสของผิว (วิตามินซีช่วยผิวที่หม่นหมองเพราะแสงและมลภาวะให้ผ่องใสขึ้นได้เหมือนใช้เวทมนตร์) Step six 3-2 สัปดาห์ก่อนวันงาน ตรวจสอบเวลานัด คนจัดดอกไม้ ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม นักดนตรี ช่างภาพ ช่างวิดีโอ ฯลฯ ให้เรียบร้อยอีกครั้ง ตรวจสอบแผนต่างๆกับฝ่ายจัดเลี้ยงให้เรียบร้อย เข้าสปาไปเสริมความมั่นใจในความงามชนิดศีรษะจรดปลายเท้า การนวดหน้า นวดตัว หรือเปลี่ยนสีผม ไม่ควรจะทำหลังช่วงนี้ไปแล้ว เพราะอาจจะเกิดกรณีแพ้เครื่องสำอางขึ้นได้ Step seven 1 สัปดาห์ก่อนวันงาน จัดงานเลี้ยงอำลาความโสด เตรียมค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายสดในวันนั้น เช่น ค่าดอกไม้ ค่าคนช่วงจัดงาน ค่านักร้องนักดนตรี ถ้าจะไปฮันนีมูนทันทีหลังจากวันงาน ก็แพ็กกระเป๋าได้แล้วตั้งแต่ตอนนี้ ข่างที่ฝากตามสื่อ ควรจะลงประกาศในช่วงนี้หนึ่งครั้ง เพื่อให้แขกได้เตรียมตัว Step eight 1 วันก่อนหน้า ลงข่าววันนี้ด้วย เพื่อเตือนความทรงจำแขกเหรื่อ ไปยิม ออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินช้าๆ บนสายพานสักสิบห้านาที ทำเล็บเตรียมไว้สำหรับวันรุ่งขึ้น อ่านหนังสือเบาสมองสักเล่มเป็นการพักผ่อน เข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อความพร้อมที่สุด ในวัสำคัญที่กำลังมาถึง